[ถาก] เป็น...โปรแกรม[มั่ว]...อย่างมีกึ๋น (เหรอ??)
posted on 07 Oct 2008 15:02 by tomookawaiiเห็น Tag นี้แล้วสะท้อนใจ ตกลงว่าเราเป็น โปรแกรมเมอร์ที่ดีอ๊ะป่าวหว๋า?? มีกึ๋นจริงเหยอ?? โอ๊ววว!!!
ความจริงก็มิได้เป็นบุคคลที่เก่งกาจอะไรมาก ประสบการณ์การทำงานไม่กี่ปีเองอ่านะ(ประหนึ่งว่าเพิ่งจบใหม่ 555+) อาจจะแค่ถากๆถูๆ มั่วๆมากกว่า เลยจะมาบอกเล่าว่า ควรจะมั่วอย่างไรให้มีศิลป์ ดูดี มีราคา อาจจะช่วยได้บ้าง ไม่ได้บ้าง พิจารณากันเอาเองเด๊อค่ะ
************************************************
Tag เป็น....อย่างมีกึ๋น
กติกา
1. copy กติกาของแท็กแนะนำอาชีพไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เป็น....อย่างมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่ออาชีพลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
- บอกนิยามอาชีพของคุณ (อาชีพนี้คืออะไร)
- ลักษณะของงานที่ทำ ทำอะไรบ้าง?
- คุณสมบัติของคนที่ทำงานนี้ได้ มีอะไรบ้าง?
- มีเคล็ดลับในการทำงานยังไงบ้าง?
- อยากบอกคนที่สนใจในอาชีพนี้ว่า?
4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของ jobs
เพื่อความสะดวกในการเลือกอ่านของคนที่สนใจ
************************************************
โอเช เริ่ม!!!!!
- บอกนิยามอาชีพของคุณ (อาชีพนี้คืออะไร)
Programmer (โปร-แกรม-เมอร์) ตามรากศัพท์แล้ว เกิดจากคำว่า
Program(n.) แปลว่า ชุดคำสั่งที่สามารถทำงานให้ได้ตามความต้องการของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง (บทนิยามโดยเจ้าของ Blog เอง 555+)
ซึ่งตามหลัก Grammar แล้ว คำใดก็ตามที่ตามหลังด้วย er จะแปลงกายไปเป็นมนุษย์ไปใน ณ. บัดดล อย่างในกรณีนี้ก็อาจจะกล่าวได้ว่า...
Program + (m)er
ปล. m เป็นตัวซ้ำที่เกิดขึ้นตามหลัก Grammar เมื่อเติมคำต่อท้ายเข้าไป (ing, er และอื่นๆอีกมามาย) ถ้าคำก่อนสุดท้ายเป็นสระในภาษาอังกฤษ (a e i o u) จะต้องเพิ่มอักษรสุดท้ายเพิ่มอีก 1 ตัวอักษร เช่น running เป็นต้น
ฉะนั้น...
Programmer แปลว่า มนุษย์ผู้ที่สร้างชุดคำสั่งขึ้นมา ให้ใช้งานได้ตามความต้องการของบุคคลทุกๆคน(ไม่ว่าจะหน้าไหนทั้งนั้น)
ปล. นิยามซะเกรียน จะโดนตบไหมกรู 555+
ขอนิยามศัพท์ของบุคคลใกล้ตัวของโปรแกรมเมอร์ด้วยนะคะ เพื่อความเข้าใจในการอ่าน Tag ต่อไป
SA (System Analysis) แปลตรงตัวคือ นักวิเคราะห์ระบบ
บุคคลผู้นี้เป็นบุคคลที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นหัวหน้าของ Programmer อีกที เค้าอาจจะไต่เต้ามาจากการเป็น Programmer ที่เชี่ยวชาญมาก่อน อายุงานอาจจะมากกว่า 5 - 10 ปี เก๋าเกมส์ในการเขียนโปรแกรม และสามารถวิเคราะห์โปรแกรมได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เป็นคนเก็บ Requirement(คำขอ/ความต้องการ) ต่างๆจากUser(เลื่อนไปดูความหมายข้างล่าง) แล้วมาวิเคราะห์ระบบงาน แล้วแจกแจงงานต่างๆให้ Programmer ทำขึ้นมา สามารถชี้แนะ Programmer ตาดำๆให้เดินไปตามแผนที่ตนเองวางเอาไว้ได้อย่างสะดวกเรียบร้อยตามกำหนดงาน
User คือ มนษย์ผู้ใช้ระบบ แปลตรงตัวตามภาษาอังกฤษนะคะ ถ้าจะแปลอีกความหมายในนิยามของโปรแกรมเมอร์(อย่างเรา) นิยามก็คือ ยูสเซ่อ คับ (สงสัยถามได้ 555+)
- ลักษณะของงานที่ทำ ทำอะไรบ้าง?
กรรมกร!!??
โห๊ว!! หลายคนคงสงสัย ชื่ออาชีพออกจะเท่ Programmer แต่ไหงลักษณะงานเหมือนกรรมกร ขอย้ำว่า เรื่องจริงๆค๊าฟ มิได้มองในแง่ร้าย แต่มองในความจริง ให้คนที่กำลังจะเป็น รึ อยากเป็น รึ อะไรก็แล้วแต่ให้ได้ตระหนักว่า...
การเป็นโปรแกรมเมอร์(ที่ดี) ไม่ได้เป็นกันได้ง่ายๆนะคะ
ขอแถลงไขความหมายของคำว่ากรรมกรก่อนนะคะ กรรมกรที่เราบอกนี่คือ กรรมกรซอฟแวร์ ต่างหากล่ะค่ะ เปรียบเทียบได้ตรงตัวกับกรรมกรก่อสร้างที่ตากแดดตากลมสร้างตึกให้เราได้มีที่อยู่อาศัยนั่นล่ะค่ะ ใช่เลย ลักษณะการทำงานเหมือนกัน เพียงแต่ โปรแกรมเมอร์ไม่ต้องใช้แรงงานทางการ แต่ใช้แรงงานทางสมองมากกว่า (ออกแรงอย่างมากก็แค่ใช้นิ้วจิ้มๆๆคีย์บอร์ด)
ตารางเปรียบเทียบ
จากตารางนะคะ จะขอแจกแจงอธิบายรายละเอียดให้กระจ่างอีกทีนะคะ
1 ทำงานตามคำสั่ง
ทำยังไงก็ได้ โดยการเขียนโปรแกรมให้โปรแกรมที่ SA สั่งมาให้ผลลัพท์ออกมาได้เป็นอย่างที่ SA ต้องการ โดยที่ SA ก็จะรับคำสั่งมาจาก User อีกทีหนึ่ง (คำสั่ง ภาษาโปรแกรมเมอร์เรียกกันว่า User Requirement เท่เนอะ 555+) โดยที่สิ่งที่ User สั่งมา อาจจะทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง (แต่ส่วนใหญ่ต้องได้)
ใน Software House เค้าจะมีมาตรฐานของหน้าจอการทำงาน รวมไปถึง Report ทั้งกำหนดสี สำหนด Front มาให้เราเรียบร้อย ซึ่งเราไม่ต้องใช้ความคิดสร้างวรรค์อะไรมากมาย อาศัยแค่ความละเอียดรอบคอบแค่นั้นเอง ส่วนเทคนิคการเขียนโปรแกรมนั้นก็จะมีมาตรฐานของเค้าเหมือนกัน ซึ่งอาจจะมีเป็น Function ที่ใช้ทำงานโดยเฉพาะของแต่ละที่ เอาไว้ใช้งานเอง และบางทีก็จะมีหัวหน้าของเรามาตรวจดู Format ในการ Coding ของเราด้วยนะคะ(อันนี้เจอมากับตัว อย่างฮา)
แต่ถ้าเป็นในบริษัทที่ไม่ใช่ Software House แล้วล่ะก็ จะไม่มีอะไรที่เป็นมาตรฐานของเค้าหรอกค่ะ ทำตามมีตามเกิด ไม่มีหน้าจอมาตรฐาน สีมาตรฐาน Reportมาตรฐาน Front มาตรฐาน (Front กับ Report อาจจะมี Format มาให้ดูเป็นตัวอย่างบ้างค่ะ) เราต้องอาศัยจินตนาการและการวิเคราะห์ของเราเอง(เพราะบางที เค้าไม่มี SA มาคอยป้อนงานให้) เริ่มเองตั้งแต่ รับ Requirement จาก User ออกแบบระบบ ออกแบบหน้าจอ setสี Front ขนาด รูปแบบ จนจบไปจนถึง Pre-Test ก่อน User Test อีกทีค่ะ เรียกได้ว่า ตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ และก็เช่นกัน การเขียนโปรแกรมก็จะต่างกัน จะเขียนตามมีตามเกิด ตามความรู้ที่มีมา ตามเว็ปต่างๆที่มีสอนบ้าง ก็แล้วแต่ว่าเราต้องการแบบไหน Google ช่วยท่านได้มากจริงๆ
2 ทำผิดโดนด่า
อันนี้ก็เป็นที่แน่นอนว่าทำงานผิดพลาดต้องโดนด่า ทุกงานอยู่แล้วเนอะ แต่สำหรับโปรแกรมเมอร์มันมากกว่านั้นค่ะ เราต้องแก้ให้ได้จนกว่าจะถูก หรือถ้าทำไม่ได้จริงๆ ก็อาจจะขอเปลี่ยนแปลงกับ SA หรือ User ก็ได้ค่ะ (แต่จิรงๆแล้ว น่าจะทำให้ได้นะ เพราะมันเป็นผลกับเครดิตของเรา) ซึ่งแน่นอนว่าถ้างานผิด เราต้องมาตรวจดูว่า เราทำอะไรยังไงตรงไหนผิด ผิดจากข้อมูลไหม รึผิดจากความก่งก๊งของเราเอง
ใน Software House ถ้าทำผิด เราสามารถปรึกษากับพี่ๆที่เก่งๆเก๋าๆกว่าเราได้มากมายค่ะ ซึ่งต่างคนจะเก่งด้านโน้นด้านนี้มากมาย เทคนิคของแต่ละคนไม่เหมือนกันด้วย(เพราะความเก๋า) ถ้าเรารู้จักถาม รู้จักเรียนรู้ เราก็จะเก่งขึ้นได้มากโขล่ะค่ะ และที่ว่าทำผิดโดนด่าก็ไม่ถึงขนาดนั้นล่ะค่ะ เพราะที่นี่เค้ามีการTestที่เข้มมากๆ ผิดแล้วก็จะให้กลับมาแก้เรื่อยๆ มีบ้างที่ผิดแล้วต้องรื้อแก้ใหม่ทั้งระบบ ถือว่าซวยไป Programmer ใน Software House จะดีหน่อยตรงที่เราไม่ค่อยได้เจอ User โดยตรง ฉะนั้นเราจึงไม่ค่อยโดน User ด่า (เพราะหัวหน้ากับพี่ SA โดนมาแล้ว บางทีก็มาวีนเราต่อ ซะงั้น)
ส่วนบริษัทอื่นๆ หายากที่จะมีโปรแกรมเมอร์เก่งๆอ่ะค่ะ(ไม่ได้ว่าทุกที่นะ คนเก่งมีเยอะค่ะ) เพราะส่วนใหญ่ก็จะหาๆค้นๆเอาจาก Google รึเวปต่างๆที่เกี่ยวกับงานที่เราทำ ตรงนี้อาจจะเสียเปรียบหน่อยที่ว่าเทคนิคเขียนอาจจะไม่ขั้นเทพเท่าทำในSofware House ถ้าโปรแกรมทำงานผิดนะคะ ก็จะซวยมากๆค่ะ ในกรณีที่ออนระบบให้ User ใช้แล้วนะ เพราะว่า ระบบส่วนใหญ่จะได้เอาไปใช้งานจริงๆเลยค่ะ เป็นฐานข้อมูลลูกค้าบ้าง อะไรพวกเนี่ยะ ที่ว่าโดนด่าก็ส่วนใหญ่ User ของที่นี่จะเป็นพนักงานในบริษัทซะส่วนใหญ่ เราจะสามารถเจอเค้าได้โดยตรง ก็จะโดนด่าเต็มๆคับ 555+
3 ตามใจ User
เป็นปกติอยู่แล้ว เพราะถ้าไม่ตามใจ User เค้าก็จะไม่มีงานมาให้เราทำ อาจตกงานโดยปริยาย ซึ่ง User ส่วนใหญ่นั้น จะไม่ค่อยเข้าใจระบบงานเท่าไหร่นัก (อันนี้เจอมากับตัว) ถ้าเราอธิบายอะไรยากๆ เค้าก็ไม่เข้าใจหรอกค่ะ เราคงได้แต่เพียงบอกว่า สิ่งที่เค้าต้องการทำได้ รึ ไม่ได้ เท่านั้น ถ้าอธิบายมากความจะพาลงงกันไปเปล่าๆ แล้วเราจะเสียเวลาโดยไร้ความหมาย ไม่ได้ว่า User ไม่ฉลาดนะคะ เพียงแต่ เค้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เราทำก็เท่านั้นเองค่ะ (ซึ่งบางที คนเขียนเองไม่เข้าใจก็มี 555+) ถ้าทำใน Software House จะดีกว่าหน่อยตรงที่ไม่ได้เจอ User ตัวจริงๆสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นบริษัทที่มี User อยู่ใกล้ตัวแล้วล่ะก็ โดนแน่ๆค่ะ เค้าก็จะคอยมาบอกเราว่า เอาอย่างโน้นนะ เอาอย่างนี้นะ อยากได้แบบนั้น อยากได้แบบนี้ ซึ่งบางทีสิ่งที่เค้าว่ามา เราก็จะงงๆ และตอบไปโดยไม่รู้ตัวว่า ค่ะๆๆๆ โดยที่ลืมนึกไปว่ามันทำไม่ได้ (อันนี้ขึ้นอยู่กับว่า ช่วงนั้นสมองมีการรับรู้เต็มที่รึเปล่า 555+) บางทีกลับมาบอกว่าทำไม่ได้ เราก็จะได้ยินน้ำเสียงแอบงอนเล็กๆของ User รึไม่ก็เจอบอกว่า "อ้าว ไหนว่าจะทำให้" กลายเป็นกุผิดอีก ซะงั้น
ปล. รู้สึกเหมือน Tag บ่นๆ ยังไงก็ไม่รู้แฮะ 555+
สรุปตอนท้าย นอกเหนือคำถามนิดหน่อย เราจะเปรียบเทียบงานที่ Software House กับ บริษัทอื่นที่ไม่ใช่ Software House ให้ดูนะคะ
Software House ข้อดีคือ คุณจะได้เรียนรู้เทคนิคการเขียนโปรแกรมต่างๆ ตั้งแต่เทคนิคธรรมดาในห้องเรียนที่เคยเรียนมาแล้ว ไปจนถึงเทคนิคขั้นเทพที่คุณไม่เคยคิดว่ามนุษย์ธรรมดาๆจะสามารถทำได้(จริงๆนะ เคยเห็นกับตา) ถ้าทำอยู่สัก 5-10 ปี ได้เป็น Programmer มือทองเลยล่ะคร๊าฟ แล้วก็จะได้เรียนรู้ทำโปรแกรมภาษาต่างๆที่คุณไม่เคยเรียนในห้องซะด้วยซ้ำ เป็นกำไรชีวิตที่ดีจริงๆค่ะ แต่ข้อเสียคือ งานหนักมากๆๆๆๆๆๆๆ บางทีอาจจะได้ไปค้างอ้างแรมที่จุดที่เราต้องออนระบบ
ส่วนบริษัทอื่นๆ ข้อดีคือ งานสบายๆ ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ด้วยแล้ว เงินเดือนดี สวัสดิการก็ดีสุดยอด บริษัทส่วนใหญ่มีโปรแกรมที่ใช้งานอยู่แล้ว เพียงแต่เราไป Support แก้ไขปัญหาเล็กๆน้อยๆ จะมีบ้างที่ให้ทำโปรเจคใหม่ขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้เครียดอะไรมากมาย เพราะแค่ใช้ในที่ทำงานเท่านั้น หรือไม่ก็มีโปรแกรมใหม่ที่บริษัทซื้อมา เราก็มีแค่หน้าที่ไปเรียนรู้ระบบแล้วมาสอน User ใช้อีกที แล้วเราก็ Support เค้า ข้อเสียคือ คุณจะไม่ค่อยได้เรียนรู้การ Coding อะไรใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆก็จะไม่ได้เข้ามาหาคุณ ถ้าอยากรู้อะไรคุณต้องศึกษาหาเอาเอง บางทีเวลาว่างมากเกินไป (อย่างเจ้าของ Blog 555+) อาจจะเกิดความเบื่อหน่าย และนำพาไปสู่โหมด ชินชากับโลกและการพัฒนาตนเองก็เป็นได้ เพราะฉะนั้น อย่าปล่อยให้ตัวเองเป็นแบบนั้นนะคะ เพราะ Programmer ที่ดีต้องใฝ่หาความรู้อยู่เสมอค่ะ ถึงจะเป็นขั้นเทพ 555+
- คุณสมบัติของคนที่ทำงานนี้ได้ มีอะไรบ้าง?
คุณสมบัติของ Programmer ที่ดีนะคะ
- ขยัน
- อดทน(อึด)
- เรียนรู้เร็ว
- อยากรู้อยากเห็น ช่างซักช่างถาม
- มีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์
- มนุษย์สัมพันธ์เยี่ยม เข้ากับทุกคนได้ดี
- ซื่อสัตย์สุจริตในหน้าที่
- ทำงานได้ดีในสภาวะกดดัน (ไฟลนก้น)
โอ๊ว!! คุณสมบัติยอดคนอะไรเช่นนี้คับ แต่เราเน้น 2 ข้อแรกนะคะ ขยันกับอดทน ข้ออื่นๆจะมีก็ได้ ไม่มีก็ไม่เสียหายอะไรกับชีวิต Programmer นัก เพราะว่าถ้าไม่ขยัน งานก็ไม่เสร็จ ถ้าไม่อดทน ก็ไม่สามารถตาลายกับการCoding นานๆหลายๆบรรทัดได้ (แนะนำ ควรพักสายตาบ้างนะคะ) จริงๆคำว่าอดทนที่กล่าวๆปข้างต้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่าไหร่นะ (แล้วบอกทำไม?) อดทนในที่นี่หมายถึง อดทนต่อสภาวะแวดล้อมต่างๆได้ดี เช่น คำบ่นด่าของเจ้านาย คำติเตียนจาก User เวลาอันจำกัดในการทำงาน ความเครียดในการคิดงานไม่ออก(อันนี้ประจำ ถามGoogleบ่อยๆ 555+)
อย่าว่าแต่การเป็น Programmer เลยค่ะ ความขยันและอดทน เป็นคุณสมบัติที่ทุกอาชีพควรจะมีค่ะ
เรื่องเรียนรู้เร็วนี่ ก็แล้วแต่มันสมองคนล่ะค่ะ บางคนหัวช้า แต่เราสามารถทดแทนได้ด้วยความขยันนะ ทำซ้ำไปสักร้อยรอบ เดี๋ยวก็จำได้เองล่ะค่ะ ทำซ้ำบ่อยๆ จะเข้าสายเลือดเอง
อยากรู้อยากเห็น ช่างซักช่างถาม ไม่ใช่ว่าเป็นพวกสอดรู้สอเห็นเรื่องชาวบ้านนะคะ เพียงแค่หมายถึง อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเรื่องงานของเราเท่านั้นล่ะค่ะ อ้างถึงข้อความข้างบนนะที่ว่า เป็นโปรแกรมเมอร์ต้องใฝ่รู้น่ะค่ะ ถ้าเราไม่ขยันหาความรู้ ความรู้ความสามารถเราก็จะไม่พัฒนานะคะ เราก็จะกลายเป็น Programmer ต๊อกต๋อย
มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ นี่ต้องแล้วแต่คนอีกเหมือนกันนะ ถ้าจิ้นไม่ออกเขียนออกมาเลยค่ะเป็น Chart การทำงานออกมา ความจริงตอนเรียน Chart พวกนี้ก็ได้เรียนกันจนเบื่อเลย แล้วอีกอย่าง หน้าจอที่ให้ User ใช้งานเนี่ยะ จะต้องจัดแต่งอะไรให้มันดูสวยน่าใช้นะคะ ลองนึกถึงตัวเองดูแล้วกันค่ะ ว่าถ้าเห็นหน้าจอใช้งานเฉิ่มๆเชยๆ มันจะน่าใช้รึเปล่า?
เรื่องมนุษย์สัมพันธ์ก็ต้องดีด้วยค่ะ ไม่ใช่ว่าเรามาถึงทำงานเสร็จกลับบ้าน ไม่ยอมคุยอะไรกับใครเลยอย่างนี้ก็ไม่ดีนะคะ คงไม่มีใครอยากจะอยู่ร่วมสังคมกับคนที่คบยากหรอกนะคะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเอาแต่เม้าท์กันทั้งวันคืนก็ไม่ดีเหมือนกัน มนุษย์สัมพันธ์ที่บอกนี่ก็เป้นตัวช่วยในการพัฒนาการเป็น Programmer ที่เก่งกาจขั้นเทพได้อย่างดีเชียวล่ะ ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด ที่เรารู้อะไรมากมายได้ขนาดนี้เพราะมีคนสอนใช่ไหมล่ะ ตั้งแต่พ่อ แม่ ครูบาอาจารย์ รุ่นพี่ในที่ทำงานก็เช่นกันค่ะ เค้าสามารถสอนงานเราได้ สอนเทคนิคต่างๆให้เรา แนะนำเรื่องงานได้ ติดปัญหาเค้าก็พร้อมจะช่วยเสมอ ถ้าเราทำตัวดี แต่ถ้าเราทำตัวเกรียน(โดยไร้สาเหตุ) อาจโดนหมั่นไส้เอาได้นะคะ แถมจะอยู่ที่นั่นได้ไม่นาน อาจจะโดนเฉดหัวออกจากบริษัทได้
ทำงานได้ดีในสภาวะกดดัน ความกดดันมีหลายแบบนะ เช่น เรื่องงาน เรื่องส่วนตัว เราต้องรับกับทุกสถานการณ์ให้ได้นะ ความกดดันของเราถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวธรรมดาๆจะรับได้หมดล่ะ แต่จะมีความกดดันที่คนส่วนใหญ่จะต้องเจอคือ ... เวลาที่มีจำกัด
เช่น
งานจะต้องส่งพรุ่งนี้แต่เช้า แต่ยังแก้งานไม่เสร็จ เราจึงต้องเร่งทำงาน ซึ่งบางคนเมื่อไฟลนก้น จะเงอะงะ ทำอะไรไม่ถูก ดังนั้นเราจะต้องรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ให้ได้นะคะ
- มีเคล็ดลับในการทำงานยังไงบ้าง?
เคล็ดลับในการเป็น Programmer ก็คือ...
จดจำบทเรียนเก่า เพื่อแก้ไขในบทเรียนใหม่
การทำงานในแต่ละโปรแกรม ต้องเจอ Bug หรือ Error อยู่เรื่อยๆใช่ไหมคะ ตัว Bug คือครูเราอย่างหนึ่งค่ะ ในเมื่อเรารู้ว่า Bug ตัวนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร ในงานตัวต่อไป ถ้าเจอ Bug ลักษณะนี้เข้า เราก็จะสามารถแก้ไขมันได้ และเป็นการพัฒนาความรู้เราไปในตัวค่ะ
ดัดแปลง แก้ไข พัฒนา ให้เหมาะสม
โปรแกรมในแต่ละตัว การทำงานอาจจะเหมือนกันต่างกันบ้าง แทนที่เราจะเขียนใหม่เองทั้งหมด เราสามารถเอาของเหรือเอา Code จากโปรแกรมอื่นที่มีการทำงานเหมือนๆกันมาดัดแปลงแก้ไขในโปรแกรมใหม่ของเราเองได้นะคะ ศัพท์โปรแกรมมั่วอย่างเราเรียกว่า การก็อปปี้แปะ 555+ ทำให้ประหยัดเวลาในการทำงานมากเลยล่ะค่ะ (แต่อย่าเผลอเอา Error มาด้วยล่ะ)
- อยากบอกคนที่สนใจในอาชีพนี้ว่า?
สำหรับน้องๆ(มั่นใจม๊ากว่าแก่กว่าเค้า 555+) ที่สนใจอยากเป็นโปรแกรมเมอร์นะคะ ไม่มีอะไรจะบอกมามายนักหรอกนะ เราไม่ได้เป็นเซียนเทพที่สามารถชี้แนะใครได้เท่าไหร่ 555+ แค่มั่วไปวันๆ ก็จะบอกว่า...
ถ้าใจรักในด้านนี้จริง ขอแค่ขยันอดทน เท่านั้นจริงๆค่ะ ที่เหลือจะตามมาเอง ขอให้พยายามกันให้มากๆนะคะ สู้ๆค่า ^3^
*********************************************************
จบ Tag ไปแบบเกรียนนิดๆ 555+ ส่วนใหญ่จะบ่นมากกว่าตามสไตล์ แต่ว่า สิ่งที่พูดมาเป็นความจริงที่เจอกับตัวนะคะ อยากรู้อะไรถามมาได้นะ รึไม่บางทีจะเขียนระบายเอาไว้ใน Entry ต่อๆไป 555+
โอ๊ววววววว!!! เครียดๆๆๆๆ เขียน Entry มีสาระเป็นอย่างนี้ทุกที
ขอแปะผู้ชายให้กระชุมกระชวยหัวใจนิดๆนะ
เพิ่งได้มา พีจังน่าร๊ากโคตรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร
กร๊ากกกกกกกกก ไปล่ะค่ะ
อยากเป็นเหมือนกันนะคะ โปรแกรมเมอร์
เป้นกันอย่างนี้ทุกที่ป่าวเนี่ยโปรแกรมเมอร์เนี่ย 55+
#1 By เจ้าโต on 2008-10-07 23:55