หายไป 1 อาทิตย์

 

เป็นอาทิตย์ที่ทรหดอดทนอย่างล้นเหลือเลยค่ะ

(วันสุดท้ายถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อเสียด้วยซ้ำ ต้องหาอะไรว๊ายวายมาเติม แอร๊ยยยยยย)

 

นู๋ต้องได้ไปเทรน OPEX ที่ทางบริษัทจัดขึ้นมาค่ะ ด้วยความที่อยากรู้อยากเห็นไม่เข้าเรื่อง เลยเกิดโศกนาฏกรรมอันน่าอดสูใจของนู่ต้องอย่างแสนสาหัส (เกินไปไหมเนี่ยะ??)

 

ถ้าเป็นการเทรนธรรมดาๆไม่เท่าไหร่อ่ะค่ะ แต่นี่มัน...

.

.

.

มัน

.

.

.

เป็นการเทรน OPEX English Version ล่ะค่ะ

.

.

.

เห็นพูดถึง OPEX อาจจะสงสัยกันนะคะว่ามันคืออะไร?

(หาจาก wikipredia ก็ไม่มีอ่ะ???) แต่ได้ความหมายที่น่าจะใช่กับสิ่งที่ไปเรียนมา

 

>>OPEX<<

(อธิบายเองกลัวคนอื่นไม่เข้าใจน่ะ อยากรู้ถามหลังไมค์ได้นะ)

(แต่เตือนเอาไว้ก่อนว่า... อย่ารู้เลยจะดีกว่าเนอะ 555+)

.

.

.

 

ปกติ คอร์สเรียน OPEX ที่อื่นเป็นยังไงเราไม่รู้นะคะ แต่ที่เราไปเรียนเค้าจำกัดจำนวนคนค่ะ ในคลาสเรามีเพียง 15 คนและถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม และมีโปรเจคให้แต่ละกลุ่มได้ทำเป็นแบบฝึกหัดไปจนจบคอร์ส แล้วจะมีพรีเซ้นต์เบื๊องต้นให้คนมาดูรีิวิวว่าตรงตามจุดประสงค์ของแต่ละ Phase ที่เราเรียนเป็น Blue Belt ค่ะ มีเพียง 4 Phease (แค่นี้ก็จะตายแล้วค่ะ)

 

คนที่มาดูเป็นชาวอินโดค่ะ ชื่อดิกกี้ (ชื่อจริงๆยาวมากๆ ขี้เกียจจำ 555+) พูดภาษาอังกฤษแปร่งๆ มีร.เรือติดมาด้วย บางที่ฟังไปงงไป (ยิ่งเรียนๆงงๆอยู่ มาเจออิงของตานี่เข้า เลยงงแตกไปใหญ่) (ลำพังภาษาอังกฤษก็แย่พอแล้วอ่ะนะ) ที่ดิกกี้ต้องมาดูเพื่อที่จะได้ประเมินว่าพี่ที่เทรนให้เราเค้าเทรนได้ถูกต้องตามหลักรึไม่ เพราะเหตุนี้ถึงต้องเทรนเป็นภาษาอังกฤษล่ะค๊า โชคดีที่คนเทรนเป็นคนไทย ถ้าตาดิกกี้เทรนนู๋ต้องคงตายอย่างเขียดยิ่งกว่านี้ล่ะค่ะ 555+

 

ที่นรกแตกอีกอย่างไม่แพ้กันก็เรื่องของคนค่ะ อย่างว่าล่ะค่ะ การทำงานเป็นทีมมันก็ต้องมีหลายความเห็น หลายความต้องการ ยิ่งต่างแผนกด้วยแล้ว ความคิดยิ่งต่างกันไปอีก และถ้ายิ่งเป็นคนที่มีอีโก้สูงๆ ฉันคิดว่าฉันถูกอ่ะ ฉันมั่นใจ การร่วมงานกับคนแบบนี้ก็ทำเอาป่วยได้เหมือนกัน (ถ้าเทียบกับบทเรียนแล้ว ยากกว่านี้นู๋ต้องก็สู้ค่ะ)

( Marketting นี่ ปากไว มั่นใจเกินร้อยกันทุกคนรึเปล่าคะ?? เหอๆ )

(อาจจะไม่ทุกคนก็ได้เนอะ)

(แต่ขอยอมรับว่า Marketting พูดภาษาอังกฤษเป็นไฟกันทุกคนเลยอ่ะ)

 

.

.

.

 

และอีกความรู้สึกที่เกิดขึ้น พร้อมกับตั้งคำถามกับตัวเองและคนอื่นๆว่า... มัน April Fool's Day อ๊ะเป่าว๊าาา!!!! (นี่มันกลางเดือน June ชัดๆๆๆๆๆๆๆ)

 

เรื่องแรก ทำเอานู่ต้อง ช็อกกุมี มากมาย

 

เรื่องมีอยู่ว่า...

.

.

ที่บริษัทมีพี่สาวสวยคนหนึ่ง เอาเป็นว่าเรียกเธอว่าพี่ N แล้วกันนะคะ เธออยู่แผนก Marketting เธอสวยมากๆค่ะ สูงยาว เข่าดี หุ่นเหมือนฝรั่งแต่สัดส่วนสุดๆอ่ะ ผิวสีแทน หน้าสวยยิ้มสวย นู๋ต้องเริ่มรู้จักพี่เค้าก็เมื่อตอนเข้า Toasmaster Club ของบริษัทน่ะค่ะ (เป็นคลับพูดภาษาอังกฤษต่อหน้าสาธารณะ) พี่เค้าทักเราและเราก็จำพี่เค้าได้ เพราะพี่ N ขึ้นไปแสดงในงานปีใหม่ของบริษัทเหมือนกับนู๋ต้องล่ะค่ะ พี่ N ขึ้นไปร้องเพลง'One Night Only' อ่ะค่ะ ดูอลังการงานสร้างมากมาย และได้รางวัลที่ 1 มาครอง

(นู๋ต้องก็แสดงนะ แผนก IT ของนู๋ต้อง Cover เป็น Rain ค่ะ นู๋ต้องเป็นแดนซ์เซอร์ คิดท่าเองด้วยนะ สงสัยเป็นของแปลก เลยได้ที่ 2 มา ถ้าไม่มีพี่ N คงได้ที่ 1 อ่ะ 555+)

พี่ N ทักนู๋ต้อง ว่า... น้องนี่ มาToasmasterก็เจอ บนเวทีก็เจอ(หมายถึงตอนเต้นงานปีใหม่น่ะค่ะ) แอบดีใจพี่เค้าจำเราได้ 555+ (ไม่คิดว่าคนสวยจะจำนู๋ต้องได้ด้วย 555+)

 

หลังจากนั้นก็รู้จักกันมาค่ะ เจอก็ทัก พี่N เป็นคนน่ารัก พูดเก่งมากโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ เพราะคุณเธอเคยเป็นแอร์ของ UA มาก่อน (หลังจากโดนเลย์ออฟเลยกลับมาเมืองไทย)

 

กลับมาในวันที่เทรน OPEX อยู่ ขณะนั่งกินข้าวเที่ยงอยู่ๆ พี่T ก็โพล่งขึ้นว่า

พี่ T :: นี่ๆ รู้ไหมว่า N น่ะ เค้าชื่อวิเชียรมาก่อน

ทุกๆคน :: O_o?????

(งงกันเป็นแถวๆ เพราะชื่อนั่นน่ะ มันชื่อผู้ชายนิคะ?? ใช่ไหม??)

นู๋ต้อง :: เห... จิงอ่ะ พี่ T อำกันป๊าวววว???

(ไม่ค่อยน่าเชื่อ พี่ T เป็นชายใจหญิง บุคลิกตุ้งติ้งเกินงามและชอบเม้าท์เป็นชีวิตจิตใจ แต่แกน่ารักดี ขำๆฮาๆ นู๋ต้องชอบ แกอยู่แผนก Sale Training ค่ะ)

คนอื่นๆ :: นั่นสิพี่ อำเป่าเนี่ยะ??

พี่ T :: จริงๆ เค้าว่ามาอย่างนั้น ไม่เชื่อถาม F ดูสิ

พี่ F :: พยักหน้า เพราะกำลังกินข้าวอยู่

นู๋ต้อง :: เห... นู่ไม่เชื่ออ่ะค่ะ พี่ N น่ะนะ ไม่ๆๆๆ ไม่เชื่อ พี่ T โกหก

พี่ T :: นี่ๆ จะบอกให้นะ พวกตัวชายใจหญิงน่ะ มักจะทำจริตเกินหญิงกันทั้งนั้นแหละ ถูกรึเปล่า?

ทุกๆคน :: (อึ้งๆ จริงเหรอวะ???)

นู๋ต้อง :: แต่ดูไม่ใช่อ่ะพี่

พี่ T :: ก็เค้าว่ามาอย่างนี้อ่ะ

พี่ MA :: (เทรนเนอร์หนุ่ม) อือ พี่ N เค้าก็เคยชวน MA ไปผับเหมือนกันนะ แล้วก็ชวนเข้า vine lover club ด้วย

(พี่ MA ดูไม่ค่อยเชื่อเหมือนกัน แต่ก็50-50ไปแล้ว)

พี่ T :: จริงๆ ไม่เชื่อถาม Marketting ดูสิ

(ความจริง ประเด็นนี้เถียงกันอยู่นาน แต่จำความได้ประมาณนี้ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเชื่อพี่ T กัน เพราะพี่แกชอบอำ จึงต้องไปหาพยานยืนยันว่ามันเป็นอย่างไร)

พี่ W เค้าอยู่แผนก Marketting ก็ยืนยันว่า... จริง!!!

พี่ Nk เค้าก็อยู่ Marketting แถมสนิทกับพี่ N ก็บอกว่า... จริง คอนเฟิร์ม!!! (พูดจาฉะฉานมั่นใจ ตามไสตล์คนมันแร๊ง)

.

.

.

สรุปว่า... จริงเหรอว๊าาาาาา...

นู๋ต้อง :: พี่ MA พิสูจน์เพื่อน้องหน่อยค่ะพี่

(นู๋ต้องยังสงสัยไม่เลิก)

พี่ MA :: เฮ้ย!! ไม่เอา เดี๋ยวพี่ N เค้าตบกะโหลก

.

.

บอกพี่ M พี่ชายที่ทำโปรเจคกลุ่มเดียวกัน ถึงกับต้องเดินออกไประงับสติก่อนเข้ามาถามซ้ำอีกรอบ และถามซ้ำอีกหลายๆรอบจนไม่เป็นอันทำงาน

 

(เห็นเค้าว่า ถ้าผู้ชายจะกลายเป็นหญิงให้เนียนๆจริงๆ ต้องทำกันตั้งแต่ยังเด็กๆ จะได้เนียนเหมือนหญิงจริงๆ ถ้าอย่างนั้น นู๋ต้องคงต้องเลี้ยงต้อยเอาไว้ตั้งแต่อายุ 10 ขวบแล้วมั๊งคะ เด็กๆจะได้ไม่หลงทาง 555+ ขำๆอย่าคิดมากคับ 555+)

.

.

ถามคนอื่น (ที่เป็นผู้ชายนะ)

พี่ T ::คิดว่า N เค้าเป็นผู้ชายรึผู้หญิง

Unknow :: ผู้หญิงสิพี่ (ตอบไปอย่างมั่นใจ แต่ทำหน้างงเล็กๆ)

พี่ T :: เมื่อก่อนน่ะ N เค้าชื่อ วิเชียร

Unknow :: อึ้ง (ตกใจหน้าซีดจนเห็นได้ชัด)

.

.

.

หลังจากนั้น เรื่องของพี่ N ก้ยังคงเป็นประเด็นให้ชาว OPEX Trainnee ในวันนั้นสงสัยไปอีกนาน (จนตอนนี้นู่ต้องก็ยังสงสัยอยู่ว่า... จริงเหรอวะ???) (แต่ยังไง นู่ก็ยังชอบพี่นะคะ จุ๊บุ จุ๊บุ)

.

.

.

อีกเรื่องที่เป็น April Fool's Day เป็นเรื่องที่อาจจะพิสูจน์ได้ง่ายกว่าเรื่องของพี่ N อีกนะ 555+

.

.

เรื่องมีอยู่ว่า...

.

.

พี่ MA Trainner ของเราเค้าไปเข้าห้องน้ำค่ะ เป็นห้องน้ำชายของตึกที่อยู่ข้างนอกของห้องเทรน ซึ่งออฟฟิศเราเช่าเอาไว้ แต่ในส่วนที่ออฟฟิศเช่าก็มีห้องน้ำนะ แต่ให้เข้าเฉพาะผู้หญิงค่ะ

วันนั้นเป็นวันที่นรกสุดๆ เพราะแบบฝึกหัดเยอะม๊ากกกกกกกก และยากม๊ากกกกก 10 แผ่นชาร์ตใหญ่ๆเลยก็ว่าได้ พวกเราก็เลยอยู่ดึกกันค่ะ

 

พวกเรากลับกันประมาณ 3 ทุ่ม ซึ่งเป็นเวลาตึกปิดก็ลงลิฟท์พร้อมๆกัน พี่ MA บอกว่า...

ช่วงเวลา 2 ทุ่มครึ่ง พี่ MA ออกมาเข้าห้องน้ำคนเดียว แล้วได้ยินเสียงแม่บ้านร้องเพลงในห้องน้ำ ก็ยังคิดอยู่ว่าแม่บ้านอารมณ์ดีจัง... ในตอนนั้น ไม่มีใครพูดอะไร เราก็เฉยๆ

 

วันรุ่งขึ้น มีพี่ในกลุ่มไปถาม เค้าบอกว่า แม่บ้านกลับไปตั้งแต่ 5 โมง ครึ่งแล้ว...

.

.

แล้วเสียงนั่นอ่ะ เสียงใคร???

ทำเอาพี่ MA ซีดอ่ะค่ะ แต่คนที่รู้กิติศัพท์ของตึกนี้ดี หนีไม่พ้นพี่ T (อีกแล้ว)

พี่ T :: จริงๆแล้วอ่ะ ตึกเนี่ยะ ชั้น11 อ่ะมีคนผูกคอตาย วันดีคืนดีลิฟท์มันก็จะขึ้นไปจอดชั้น 11 เอง โดยที่ไม่มีใครกดอ่ะ

คนอื่นๆ :: สงสัยว่าผีจะเบื่อชั้น 11 เลยขึ้นมาเล่นที่ชั้น 35

(กำ... เป็นงั้นไป)

พี่ MA พยายามพูดปลอบใจตัวเองว่า ไม่น่าใช่ผีนะ แต่ทุกๆคนจะพยายามไซโคว่า... ผีค่ะพี่ 555+

(ตอนนี้ก็ยังสงสัยกันอยู่...ว่าเป็นเสียงอะไรกันแน่)

(บอกให้ไปลองทดสอบอีกวัน พี่ MA ก็ไม่กล้าแฮะ) 555+

หลังจากเรื่องผีของพี่ MA คนอื่นๆก็ต่างพากันสรรหาเรื่องผีๆมาเล่ากันขำๆสนุกๆ น่ากลัวบ้างตามประสา แล้วก็เรียนกันไป

ในช่วงเบรก พี่ M (ที่อยู่กลุ่มเดียวกับนู๋ต้อง) ไปเข้าห้องน้ำ กลับมาเค้าเล่าให้ฟังว่า...

พี่ M :: พี่ฉี่อยูดีๆ ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีใครเคาะประตูห้องน้ำอ่ะ ตอนแรกก็นึกว่ามีคนมาซ่อมท่น้ำรึอะไร แต่พอหันไปกลับไม่มีใครเลย...

.

.

.

ทำเอา ขนลุกค่ะ แล้วตกลงชั้น 35 มีเรื่องอะไรรึเปล่านะ??

ผีชั้น 11 เบื่อเลยขึ้นมาเล่น ชั้น 35 เหรอ??

คอร์สหน้าจะมาจัดที่ชั้น 35 อีกไหมน้อ?? (มันก็ไม่มีชั้นอื่นแล้วนะที่ห้องอบรมใหญ่ขนาดนี้น่ะ 555+)

.

.

.

.

สรุปว่า...

.

.

OPEX make me Sick จริงๆค่ะ

 

ปล. ไป OPEX ไม่ได้อัพ 1 อาทิตย์ ดอกเลยไม่ออก 

Comment

Comment:

Tweet